• รายปี
  • รายไตรมาส

ภาพรวมการดำเนินงานในปี 2558

บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจหลักในการ ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งรวมถึงชิ้นส่วนโลหะปั๊ม ขึ้นรูป ชิ้นส่วนโลหะตีอัดขึ้นรูป การกลึงกัดและเจียร์ผิวสำเร็จ และชิ้นส่วนพลาสติก รวมถึงการผลิตอุปกรณ์จับยึดเพื่อใช้ใน การประกอบรถยนต์ และการผลิตแม่พิมพ์สำหรับชิ้นส่วนโลหะ ปั๊มขึ้นรูปเพื่อใช้ในการผลิตรถยนต์ของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทั้งใน ประเทศไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และศูนย์บริการและธุรกิจให้บริการ ระบบนำร่องการเดินทางและเทคโนโลยีการเดินทางโดยรถยนต์ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “พาวเวอร์แมพ (POWERMAP)”

บริษัทฯ มีโรงงานและสำนักงานตั้งอยู่ใน 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย และสาธารณรัฐประชาชนจีน

รายได้หลักของบริษัทฯ มาจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วน ยานยนต์และธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และศูนย์บริการ ส่วนรายได้ของธุรกิจให้บริการระบบนำร่องการเดินทางและ เทคโนโลยีการเดินทางโดยรถยนต์ได้รวมไว้เป็นส่วนหนึ่งของ รายได้จากการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ในปี 2558 สัดส่วนรายได้ จากธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และรายได้จากธุรกิจตัวแทน จำหน่ายรถยนต์อยู่ที่ร้อยละ 65:35 เปรียบเทียบกับสัดส่วนใน ปี 2557 ที่ร้อยละ 63:37

อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย

สถิติการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยในปี 2558 เติบโตขึ้น ร้อยละ 1.8 จากปี 2557 จากจำนวนการผลิตที่ 1.880 ล้านคัน ในปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 1.913 ล้านคันในปี 2558 โดยเป็นการ ผลิตเพื่อส่งออกจำนวน 1.201 ล้านคัน (คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 63) และเป็นการผลิตเพื่อขายในประเทศ 0.712 ล้านคัน (คิด เป็นสัดส่วนร้อยละ 37) การผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและ รถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนคิดเป็น อัตราร้อยละ 2.43 และ 0.09 ตามลำดับ

ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศในปี 2558 มีจำนวนลดลง ร้อยละ 9.3 จากปีก่อน โดยเป็นผลมาจากการชะลอตัวของ เศรษฐกิจทำให้ผู้บริโภคขาดแรงจูงใจในการใช้จ่าย อีกทั้งปัญหา ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และ ผลกระทบจากนโยบายคืนภาษีสำหรับรถยนต์คันแรกของ รัฐบาลที่ยังคงมีอยู่ เนื่องจากความต้องการซื้อรถยนต์ได้ถูกดึง มาล่วงหน้า และข้อกำหนดการถือครองรถยนต์เป็นระยะเวลา 5 ปีทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง อย่างไรก็ดี ปริมาณการ ส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 จากปีก่อน

การวิเคราะห์ผลกำไรขาดทุน

ในปี 2558 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 14,993 ล้านบาทและ ผลกำไรสุทธิในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นจำนวน 313 ล้านบาท เปรียบเทียบกับรายได้รวมและผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือ หุ้นในปี 2557 จำนวน 15,196 ล้านบาทและ 367 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งกำไรสุทธิและกำไรต่อหุ้นลดลงจากปีที่แล้ว ส่วน ใหญ่เป็นผลมาจากรายได้ที่ลดลงและผลขาดทุนจากความ ผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ถึงแม้ว่า บริษัทฯ จะมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น มีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท ร่วมที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงจากภาระหนี้ ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

รายได้รวม

หน่วย : ล้านบาท ปี 2557 ปี 2558 เปลี่ยนแปลง ร้อยละ
รายได้จากการขายและบริการ 14,572 14,534 (38) -0.3%
รายได้อื่น 614 459 (155) -25.2%
กำไรอัตราแลกเปลี่ยน 10 - (10) -100%
รายได้รวม 15,196 14,993 (203) -1.3%

รายได้รวมของบริษัทฯ ในปี 2558 ลดลงจำนวน 203 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 1.3 จากปี 2557 โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้ ของการขายเศษเหล็กจากธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ ลดลงเนื่องจากราคาเหล็กที่ลดลงและส่วนน้อยจากยอดขายที่ ลดลง นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้บันทึกเงินชดเชยค่าแม่พิมพ์ จำนวน 97 ล้านบาทและรับรู้ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนใน การทำธุรกรรมทางการเงินจำนวน 10 ล้านบาทในปี 2557 ซึ่ง ในปี 2558 บริษัทฯ รับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนโดย มีการบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางการบริหาร

หน่วย : ล้านบาท ปี 2557 ปี 2558 เปลี่ยนแปลง ร้อยละ
ประเทศไทย 10,130 10,559 429 4.2%
ประเทศมาเลเซีย 3,741 3,393 (348) -9.3%
สาธารณรัฐประชาชนจีน 701 582 (119) -17.0%
รายได้จากการขาย
และบริการ
14,572 14,534 (38) -0.3%

รายได้จากการขายและบริการในปี 2558 ลดลง 38 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.3 จากปี 2557 รายได้จากธุรกิจใน ประเทศไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 โดยมาจากยอดการผลิตรถยนต์ ที่เพิ่มขึ้นซึ่งมีการเติบโตต่อปีร้อยละ 1.8 และบางส่วนเป็นรายได้ จากการค่าแม่พิมพ์และอุปกรณ์ ซึ่งรายได้ในประเทศไทยที่ เพิ่มขึ้นนี้ถูกลดทอนโดยรายได้ที่ลดลงจากธุรกิจในสาธารณรัฐ ประชาชนจีนเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และธุรกิจ ในประเทศมาเลเซียซึ่งเป็นผลมาจากค่าอัตราแลกเปลี่ยนที่ อ่อนตัวลงเปรียบเทียบกับปี 2557

รายได้จากการขายสินค้าและบริการในธุรกิจหลัก

รายได้จากธุรกิจการผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์เติบโต จากปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจผลิตชิ้น ส่วนยานยนต์ในประเทศไทย และรายได้จากแม่พิมพ์อุปกรณ์ สำหรับชิ้นส่วนพลาสติก โดยเป็นการเติบโตตามยอดขายที่เพิ่ม ขึ้นของกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทฯ ในขณะที่รายได้จากธุรกิจใน สาธารณรัฐประชาชนจีนลดลงเป็นผลจากการชะลอตัวของ เศรษฐกิจจีน รวมถึงรายได้ที่ลดลงในส่วนงานอุปกรณ์จับยึด และแม่พิมพ์ด้วย

ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และศูนย์บริการมีรายได้ลดลง จากปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลกระทบจากการแปลงค่าอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราต่างประเทศ จากการอ่อนค่าของอัตราแลกเปลี่ยนสกุล เงินมาเลเซียนริงกิตต่อไทยบาท ถ้าตัดผลกระทบจากอัตราแลก เปลี่ยนออกจะพบว่า ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และศูนย์ บริการในประเทศมาเลเซียมีการเติบโตจากปี 2557 และถูก ลดทอนลงบางส่วนด้วยยอดขายที่ลดลงในประเทศไทย

ต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น

หน่วย : ล้านบาท ปี 2557 ปี 2558 เปลี่ยนแปลง ร้อยละ
รายได้จากการขาย และบริการ 14,572 14,534 (38) -0.3%
ต้นทุนขายและบริการ 13,964 13,820 (144) -1.0%
กำไรขั้นต้น 608 714 106 17.4%
อัตรากำไรขั้นต้นต่อ ยอดขาย 4.2% 4.9% 0.7%  

บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 106 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 17.4 จากปี 2557 และอัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขายปรับตัวดีขึ้น จากร้อยละ 4.2 ในปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4.9 ในปี 2558 มาจากผลกำไรของแม่พิมพ์และอุปกรณ์และประสิทธิภาพใน การผลิตที่ดีขึ้น

เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2557 บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น ในสายการผลิตของทุกผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจการผลิตและจำหน่าย ชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทย โดยเฉพาะชิ้นส่วนพลาสติก ซึ่งเป็นผลจากการควบคุมต้นทุนและผลกำไรจากแม่พิมพ์และ อุปกรณ์ ในขณะที่ธุรกิจในจีนมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำลง ซึ่งเป็น ผลจากยอดขายที่น้อยลง

อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และศูนย์บริการ ลดลงจากปีก่อน โดยมาจากรายได้ที่ลดลงของยอดขายในประเทศ ไทย ในขณะที่รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นในมาเลเซียดีขึ้น

ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร

ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารในปี 2558 มีจำนวน 786 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.6 หรือ 42 ล้านบาท จากจำนวน 744 ล้านบาทในปี 2557 ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาจากการบันทึก ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในการทำธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 22 ล้านบาทในปี 2558 และค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เพิ่ม ขึ้นตามยอดขายของสินค้า ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารใน ส่วนของตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และศูนย์บริการค่อนข้างคงที่ เท่ากับปี 2557

กำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายทางการเงิน ค่าเสื่อมราคา และภาษี เงินได้นิติบุคคล

กำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้ (EBIT) โดย ไม่รวม ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าในปี 2558 มีจำนวน 387 ล้านบาท ลดลง 101 ล้านบาทจากจำนวน 488 ล้านบาทในปี 2557 หรือคิดเป็นอัตรากำไรต่อยอดขายใน ปี 2558 และปี 2557 ที่ร้อยละ 2.6 และ 3.2 ตามลำดับ ซึ่งผล กำไรที่ลดลงจากปีที่แล้ว ส่วนใหญ่มาจากยอดขายและรายได้ จากการขายเศษเหล็กที่ลดลง และความผันผวนของอัตราแลก เปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

กำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงิน ภาษีเงินได้ และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวมส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้าใน ปี 2558 มีจำนวน 1,280 ล้านบาท ลดลง 63 ล้านบาทจาก จำนวน 1,343 ล้านบาทในปี 2557 และมีอัตรากำไรต่อรายได้ ในปี 2558 ที่ร้อยละ 8.5 และในปี 2557 ที่ร้อยละ 8.8

ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า

หน่วย : ล้านบาท ปี 2557 ปี 2558 เปลี่ยนแปลง ร้อยละ
ฮุนได 107 89 (18) -17%
เอเบิล ซาโน่ 20 74 54 270%
ไทย ทาคากิ เซอิโกะ 3 (20) (23) -767%
ควอนตั้ม อินเวนชั่น (1) 8 9 900%
อื่นๆ (5) (3) 2 40%
ส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) 129 148 19 14.7%

ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนฯ ในปี 2558 ส่วนใหญ่มาจากบริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท เอเบิล ซาโน่ อินดัสตรีส์ (1996) จำกัด ส่วนแบ่งกำไรในปี 2558 เพิ่มขึ้น จากปี 2557 จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของบริษัท เอเบิล ซาโน่ อินดัสตรีส์ (1996) จำกัด และบริษัท ควอนตั้ม อินเวนชั่น จำกัด โดยถูกลดทอนบางส่วนด้วยรายได้ที่ลดลงของบริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด จากการชะลอตัวของอุตสาหกรรม ยานยนต์ และผลขาดทุนในบริษัท ไทย ทาคากิ เซอิโกะ จำกัด

ค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้นิติบุคคล

หน่วย : ล้านบาท ปี 2557 ปี 2558 เปลี่ยนแปลง ร้อยละ
ค่าใช้จ่ายทางการเงิน 208 170 (38) -18%
ภาษีเงินได้นิติบุคคล 23 27 4

17%

ค่าใช้จ่ายทางการเงิน และภาษี 231 197 (34) -14.7%

บริษัทฯ มีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายทางการเงินให้ลดลงอย่าง ต่อเนื่อง โดยค่าใช้จ่ายทางการเงินในปี 2558 มีจำนวน 170 ล้านบาท ลดลง 38 ล้านบาทจาก 208 ล้านบาทในปี 2557 โดยเป็นผลจากการชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดกับธนาคารใน ช่วงต้นปี ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้หุ้นกู้ ที่ออกในปี 2558 และเงินกู้ใหม่ได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง

บริษัทฯ บันทึกค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ในปี 2558 จำนวน 27 ล้าน บาท เพิ่มขึ้น 4 ล้านบาทจากจำนวน 23 ล้านบาทในปี 2557 โดยภาษีเงินได้ในงบการเงินรวมของบริษัทฯ ส่วนใหญ่มาจาก ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และศูนย์บริการในประเทศมาเลเซีย

กำไรสุทธิ

หน่วย : ล้านบาท ปี 2557 ปี 2558 เปลี่ยนแปลง ร้อยละ
กำไรสุทธิ 386 338 (48) -12.4%
อัตรากำไรสุทธิต่อรายได้ 2.5% 2.3% -0.3%  
ผู้ถือหุ้นรายย่อย 19 25 6 31.6%
กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น 367 313 (54) -14.7%
อัตรากำไรฯ ต่อรายได้ 2.4% 2.1% -0.3%  
กำไรต่อหุ้น 1.14 0.97 (0.17) -14.7%

กำไรสุทธิของบริษัทฯ ในปี 2558 จำนวน 338 ล้านบาท ลดลง 48 ล้านบาทจากจำนวน 386 ล้านบาทในปี 2557 โดยเป็นผล จากรายได้ที่ลดลงและผลขาดทุนจากความผันผวนของอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิต่อ รายได้รวมในปี 2558 ที่สัดส่วนร้อยละ 2.3 เปรียบเทียบกับ ร้อยละ 2.5 ในปี 2557

เมื่อปรับกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นส่วนน้อยออก กำไรของ บริษัทฯ ในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นในปี 2558 มีจำนวน 313 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรต่อหุ้นที่ 0.97 บาทต่อหุ้น ในขณะที่ ปี 2557 มีกำไรจำนวน 367 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรต่อหุ้น ที่จำนวน 1.14 บาทต่อหุ้น

การวิเคราะห์สถานภาพทางการเงิน

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บริษัทฯ มีสินทรัพย์จำนวนทั้งสิ้น 11,507 ล้านบาท ประกอบด้วยส่วนหนี้สินรวมจำนวน 5,524 ล้านบาทและส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 5,983 ล้านบาท

สินทรัพย์

หน่วย : ล้านบาท ปี 2557 ปี 2558 เปลี่ยนแปลง ร้อยละ
ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นๆ 1,900 1,912 12 0.6%
สินค้าคงเหลือ 1,209 1,109 (100) -8.3%
สินทรัพย์หมุนเวียน 3,822 3,683 (139) -3.6%
เงินลงทุนในบริษัทร่วมฯ 1,384 1,445 61 4.4%
ค่าความนิยม 235 235 - 0.0%
ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 6,318 5,847 (471) -7.5%
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 8,260 7,824 (436) -5.3%
สินทรัพย์รวม 12,082 11,507 (575) -4.8%

บริษัทฯ มีสินทรัพย์ลดลง 575 ล้านบาทจากจำนวน 12,082 ล้านบาทในปี 2557 ส่วนใหญ่เป็นมูลค่าที่ลดลงของสินทรัพย์ มีตัวตนซึ่งเป็นผลจากการค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ และ มูลค่าสินค้าคงเหลือที่ลดลงจากปีที่แล้ว

ในปี 2558 บริษัทฯ มีการดูแลและบริหารจัดการลูกหนี้การค้า อย่างเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าลูกหนี้การค้า ณ สิ้นปี 2558 มีจำนวนใกล้เคียงกับปี 2557 ที่จำนวน 1,912 ล้านบาท และระยะเวลาการเก็บหนี้ที่ดีขึ้นโดยเฉลี่ยในปี 2558 อยู่ที่ 47.4 วัน ลดลง 4 วันจาก 51.7 วันในปี 2557

หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น

บริษัทฯ มีมูลค่าหนี้สินลดลง 877 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มา จากมูลค่าเงินกู้ยืมคงเหลือที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจากการคืนเงินกู้ ให้กับธนาคารซึ่งลดลงต่อปีจำนวน 515 ล้านบาท และมูลค่าที่ ลดลงของเจ้าหนี้การค้า ณ สิ้นปี

ในปี 2558 บริษัทฯ มีระยะเวลาเฉลี่ยในการชำระหนี้ที่ 55.9 วัน เป็นการจ่ายเงินเร็วขึ้น 1 วันจาก 57.3 วันในปี 2557 มูลค่าเงินกู้ยืมคงเหลือกับธนาคารลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเหลือ มูลค่าหนี้กับธนาคารสุทธิ ณ สิ้นปี 2558 จำนวน 2,483 ล้าน บาท เนื่องจากบริษัทฯ มีการชำระคืนเงินกู้ให้กับธนาคารก่อน กำหนด เพิ่มเติมจากการชำระคืนเงินกู้ตามข้อตกลงปกติ ตาม มาตรการการลดค่าใช้จ่ายทางการเงินของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้ในเดือนเมษายน 2558 ที่มูลค่า 800 ล้านบาท มีระยะเวลา 3 ปี ซึ่งเป็นไปตามแผนกลยุทธ์การบริหารทางการ เงินของบริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ในการกระจายแหล่งเงินทุน ของบริษัทฯ ซึ่งหุ้นกู้นี้จะครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2561

หน่วย : ล้านบาท ปี 2557 ปี 2558 เปลี่ยนแปลง ร้อยละ
เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น 2,318 1,978 (340) -14.7%
เงินกู้ยืมระยะสั้น 737 655 (82) -11.1%
เงินกู้ยืมระยะยาว (1 ปี) 1,168 923 (245) -21.0%
เงินกู้ยืมระยะยาว (สุทธิ) 1,891 905 (986) -52.1%
หุ้นกู้ - 798 798  
เงินกู้ที่มีดอกเบี้ย 3,796 3,281 (515) -13.6%
รวมหนี้สิน 6,401 5,524 (877) -13.7%
รวมส่วนผู้ถือหุ้น 5,681 5,983 302 5.3%

ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 302 ล้านบาท โดย มาจากผลกำไรสะสมของบริษัทฯ ในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ บริษัทฯ มี การจ่ายปันผลจากผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2558 เป็นจำนวนเงินรวม 64 ล้านบาท

การวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน

อัตราส่วนการทำกำไร ปี 2557 ปี 2558 เปลี่ยนแปลง
ผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (%) 3.1% 2.9% -0.3%
ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (%) 6.9% 5.8% -1.1%

อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์และผลตอบแทนผู้ถือหุ้นใน ปี 2558 มีอัตราส่วนร้อยละ 2.9 และ 5.8 ตามลำดับ เมื่อ เปรียบเทียบกับปี 2557 ที่ร้อยละ 3.1 และ 6.9 ตามลำดับ บริษัทฯ มีอัตราผลตอบแทนที่ลดลงจากปีที่แล้ว ด้วยสาเหตุหลัก จากผลกำไรสุทธิที่ลดลงจากจำนวน 386 ล้านบาทในปี 2557 เหลือ 338 ล้านบาทในปี 2558

อัตราส่วนสภาพคล่อง ปี 2557 ปี 2558 เปลี่ยนแปลง
หนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (เท่า) 0.67% 0.55% (0.12)%
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) 0.87% 0.99% 0.13%

ถึงแม้บริษัทฯ จะมีอัตราผลตอบแทนที่ลดลงจากปีที่แล้ว แต่ บริษัทฯ มีการบริหารจัดการสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง โดย บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้นที่ดีขึ้น อย่างต่อเนื่อง จาก 0.67 เท่าในปี 2557 มาอยู่ที่ 0.55 เท่าใน ปี 2558 โดยมาจากการลดภาระหนี้สินกับธนาคาร และคาดว่า จะคงอัตราส่วนในระยะยาวระหว่าง 0.5-0.6 เท่า นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีอัตราส่วนสภาพคล่องที่ดีขึ้นจาก 0.87 เท่าใน ปี 2557 เป็น 0.99 เท่าในปี 2558 ด้วยการบริหารจัดการ หนี้สินหมุนเวียนที่เหมาะสมกับเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ

ความสามารถในการชำระหนี้ ปี 2557 ปี 2558 เปลี่ยนแปลง
การชำระดอกเบี้ย 2.97% 3.15% 0.18%
การชำระหนี้ 0.98% 1.17% 0.20%

สำหรับอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย ซึ่งแสดง ให้เห็นถึงความสามารถของบริษัทฯ ในการจ่ายภาระดอกเบี้ย จากผลกำไรจากการดำเนินงาน ในปี 2558 บริษัทฯ มีความ สามารถในการชำระดอกเบี้ยที่ 3.15 เท่า ซึ่งดีขึ้นจากปี 2557 ที่ 2.97 เท่า ซึ่งเป็นผลจากภาระดอกเบี้ยของบริษัทฯ ที่ลดลง ในระหว่างปี และถือได้ว่าความสามารถในการชำระหนี้และ ดอกเบี้ยของบริษัทฯ คงอยู่ในระดับที่ดี

บริษัทฯ มีการดูแลตรวจสอบความสามารถในการชำระหนี้ของ บริษัทฯ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งตามเงื่อนไขทางการเงินกับ ธนาคาร ในปี 2558 ความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทฯ มีอัตราส่วนที่ 1.17 เท่า ซึ่งดีขึ้นจากปี 2557 ที่ 0.98 เท่า โดย มาจากการลดภาระหนี้สินที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีจาก การคืนเงินกู้ก่อนกำหนดและการลดลงของดอกเบี้ยจ่ายจากการ ดำเนินงาน อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ยังไม่สามารถรักษาอัตราส่วน ความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามเงื่อนไข ทางการเงินในการกู้ยืมกับธนาคาร ซึ่งต้องคงอัตราส่วนนี้ให้สูง กว่า 1.2 เท่า อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ได้ดำเนินการขอยกเว้นการ ผิดเงื่อนไขทางการเงินนี้กับธนาคารและได้รับการผ่อนผันจาก ธนาคารสำหรับผลการดำเนินงานของปี 2558 เรียบร้อยแล้ว

การวิเคราะห์กระแสเงินสด

หน่วย : ล้านบาท ปี 2557 ปี 2558 เปลี่ยนแปลง ร้อยละ
เงินสดจากการดำเนินงาน 1,637 927 (710) -43.4%
เงินสดจากการลงทุน (376) (144) 232 -61.7%
เงินสดจากการจัดหาเงิน (1,162) (745) 417 -35.9%
ผลต่างอัตราแลกเปลี่ยน (23) (13) 10 -43.5%
เงินสด เพิ่มขึ้น (ลดลง) 76 25 (51) -67.1%
เงินสดและเทียบเท่า ณ สิ้นปี 314 338 24 7.6%

บริษัทฯ มีกระแสเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น ระหว่างปี 2558 เป็นจำนวนเงิน 24 ล้านบาท และมูลค่าของ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ที่จำนวน 338 ล้านบาท เปรียบเทียบกับจำนวน 314 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557

บริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในปี 2558 ลดลง 710 ล้านบาทจากปี 2557 เนื่องจากผลกำไรที่ลดลงและบริษัทฯ ได้รับเงินสดจากประกันน้ำท่วมบางส่วนในปี 2557

ด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่น้อยลง ทำให้บริษัทฯ มี การใช้กระแสเงินสดในกิจกรรมการลงทุนในปี 2558 ลดลง 232 ล้านบาทจากปี 2557 โดยบริษัทฯ มีการควบคุมการลงทุน ในเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะการชะลอ ตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ และบริษัทฯ ไม่มีความจำเป็นใน การลงทุนในเครื่องจักรเพิ่มเติมในปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการชำระคืนเงินกู้ยืมและชำระดอกเบี้ยให้ กับธนาคาร รวมถึงการจ่ายเงินปันผลในปี 2558 ลดลง 417 ล้านบาทจากปี 2557 ซึ่งจำนวนที่ลดลงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลจาก ภาระหนี้สินที่ลดลงอย่างต่อเนื่องทำให้การชำระดอกเบี้ยลดลง อีกทั้งจำนวนเงินปันผลจ่ายในปี 2558 ที่ลดลงจากปี 2557

ปัจจัยหลักและอิทธิพลที่อาจส่งผลกระทบต่อการ ดำเนินธุรกิจในอนาคต หรือสถานภาพทางการเงิน

ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยโดยรวมมีความ สัมพันธ์ที่สอดคล้องกันเป็นอย่างมากกับการพัฒนาและเติบโต ของอุตสาหกรรมยานยนต์และตลาดรถยนต์ในประเทศไทย โดย ยอดการผลิตรถยนต์และความต้องการรถยนต์ภายในประเทศ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ ซึ่งมี ทิศทางไปในแนวเดียวกับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ แนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยในปี 2559 คาดว่าจะมีการผลิตอยู่ที่จำนวน 2 ล้านคัน คิดเป็นอัตราการ เติบโตที่ร้อยละ 4-5 ต่อปี โดยการเติบโตนี้ คาดว่าจะมาจาก การเติบโตของการส่งออกรถยนต์ซึ่งประมาณการที่จำนวน 1.25 ล้านคันในปี 2559 ทั้งนี้ การเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) คาดว่าจะช่วยส่งเสริมให้สถานะของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกในภูมิภาคอาเซียนให้ แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ดี ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศคาดว่าจะยังคงไม่ ฟื้นตัวดี ด้วยในปี 2559 คาดว่าจะยังมีผลกระทบจากนโยบาย ของรัฐบาลในโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก อีกทั้งภาระหนี้ ครัวเรือนและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำที่อาจมีความรุนแรงขึ้น จากสภาวะภัยแล้งในปี 2559 นอกจากนี้ อัตราภาษีสรรพสามิต ฉบับใหม่ที่คำนวณจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แทน ขนาดเครื่องยนต์ ซึ่งมีผลให้รถยนต์หลายรุ่นมีการปรับราคาเพิ่ม ขึ้นถึงร้อยละ 5-10 คาดว่าจะส่งผลกระทบทำให้ความต้องการ รถยนต์น้อยลงเช่นกัน

ในส่วนของตลาดรถยนต์ในประเทศมาเลเซีย ความผันผวนของ ค่าเงินมาเลเซียนริงกิตและการบังคับใช้ภาษีสินค้าและบริการ ในปี 2558 คาดว่าจะยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมใน ปี 2559 รวมถึงการประกาศขึ้นราคารถยนต์ในเดือนมกราคม 2559 อาจมีผลให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ในปี 2559 ลดลง

บริษัทฯ ได้วางนโยบายในการติดตามสถานการณ์การพัฒนาของ อุตสาหกรรมยานยนต์ในทุกประเทศที่บริษัทฯ มีการดำเนินธุรกิจ อยู่ เพื่อเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างทันท่วงที บริษัทฯ จะยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมการใช้จ่ายและดำเนิน มาตรการการลดต้นทุนและควบคุมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานเพื่อให้บริษัทฯ มีกระบวนการผลิตที่คล่องตัวและใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ที่สุด ขณะเดียวกัน บริษัทฯ จะยังมองหาโอกาสและตลาดใหม่ๆ เพื่อการเติบโตของรายได้และผลกำไรของบริษัทฯ ไม่ว่าจะ เป็นการเข้าไปลงทุนเอง หรือการร่วมทุนกับบริษัทอื่น ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญ ด้านคุณภาพ ราคา การจัดส่งสินค้าที่ตรงเวลา การบริหาร จัดการที่ดี และการพัฒนานวัตกรรมด้านวิศวกรรมเพื่อบรรลุ เป้าหมายของลูกค้า และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของทุกบริษัท ในกลุ่มบริษัทอาปิโก

ปี 2560 ขนาดไฟล์ ดาวน์โหลด
คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 2/2560
157 KB.
คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 1/2560
129 KB.

 

ปี 2559 ขนาดไฟล์ ดาวน์โหลด
คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 4/2559
131 KB.
คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 3/2559
125 KB.
คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 2/2559
138 KB.
คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 1/2559
133 KB.

 

ปี 2558 ขนาดไฟล์ ดาวน์โหลด
คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 4/2558
132 KB.
คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 3/2558
193 KB.
คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 2/2558
131 KB.
คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 1/2558
131 KB.

 

ปี 2557 ขนาดไฟล์ ดาวน์โหลด
คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 4/2557
108 KB.
คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 3/2557
113 KB.
คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 2/2557
81 KB.
คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 1/2557
78 KB.

 



บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 99 หมู่ที่ 1 นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13160
โทรศัพท์ : (66 35) 350-880
โทรสาร : (66 35) 350-881
อีเมล์